นายกฯ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจผู้ประสบภัย เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชน ให้รัฐบาลเร่งดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่
วันนี้ (26 ม.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยใน จ.สุราษฎร์ธานี และตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ และ มอบนโยบายให้หน่วยราชการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนในพื้นที่หลายพันคน
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยภาคใต้อย่างมาก และมีรับสั่งให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเต็มที่ รวดเร็ว และยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใย และจะเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยโดยเร็ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการทบทวนแผนเผชิญสภาวะวิกฤติในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์สภาพอากาศโลกมีการเปลี่ยนแปลง และทางการรวมถึงประชาชนต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ ซึ่งจะต้องหามาตรการป้องกันในระยะยาว เช่น การก่อสร้างสถานที่เก็บกักน้ำ และการขุดลอกคูคลอง การก่อสร้างคลองใหม่เพื่อเร่งระบายน้ำ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต้องให้ความร่วมมือ เสียสละเพื่อส่วนรวมด้วย
สำหรับ จ.สุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งใน 12จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง มีประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 18 อำเภอ 119 ตำบล 911 หมู่บ้าน 33ชุมชน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 230,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 15 คน แม้ว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขังใน 3 ตำบล 7 หมู่บ้าน กว่า 1,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะ อ.พุนพิน และ อ.บ้านนาเดิม พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสพภัยจำนวน 2,500 ชุด และมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 50,000 บาท
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะกับผู้ประสบภัยโดยบรรยากาศเป็นเอง จากนั้นได้เดินทางด้วยรถยนต์ไปเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่บ้านหนองจอก หมู่ที่ 4 ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพินโดยยกเลิกการเดินทางทางเรือเนื่องจากมีฝนตกหนัก ขณะที่ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ส่วนหน้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยและมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาในระยะยาว
โดยมีรายงานว่า จ.สุราษฎร์ธานี เตรียมเสนอของบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเร่งฟื้นฟูและก่อสร้างแก้มลิงจำนวน 2 แห่ง เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Cr : www.pageqq.com






